สุขภาพ » โรคและการป้องกัน » เตือน!! คนใช้คอมพิวเตอร์บ่อย เสี่ยงเป็น “โรคนิ้วล็อค”

เตือน!! คนใช้คอมพิวเตอร์บ่อย เสี่ยงเป็น “โรคนิ้วล็อค”

10 มกราคม 2018
94   0

 

โรคนิ้วล็อค หรือภาวะนิ้วล็อค (Trigger finger & Trigger thumb) คืออาการที่นิ้วมือล็อคอยู่ในลักษณะงอนิ้วค้างไว้ไม่สามารถเหยียดให้ตรงหรือยืดหดนิ้วชั่วขณะ  เกิดจากสาเหตุปลอกหุ้มเส้นเอ็นตรงนิ้วจับตัวหนาทำให้ไม่สามารถยืด-หดกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นได้ตามปกติ โอกาสที่จะเกิดนิ้วล็อคอาจเป็นได้มากกว่า 1 นิ้วในช่วงเวลาเดียวขึ้นและสามารถเป็นได้ทั้งนิ้วมือข้างซ้ายและขวา  แบ่งอาการเป็น 4 ระยะได้แก่ อาการปวดบริเวณโคนนิ้ว อาการสะดุดเวลางอหรือขยับนิ้วมือ อาการนิ้วล็อคไม่สามารถเหยียดตรงต้องใช้มืออีกข้างช่วยจับให้ตรง และอาการอักเสบรวมถึงมีอาการปวดบวมร่วมด้วย

อาการนิ้วล็อคจะเป็นเพียงชั่วครั้งคราวหรือเป็นบ่อยขึ้นอยู่กับปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นเป็นหลักซึ่งสาเหตุที่พบได้บ่อยสุดคือการใช้คอมพิวเตอร์พิมพ์งานหรือเล่นเกมติดต่อกันเป็นเวลานาน  รวมไปถึงการใช้เมาส์ในท่าเดิมๆหรือคลิกเมาส์ติดต่อกันอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่กี่วินาที  ปัจจัยกระตุ้นเหล่านี้จะยิ่งทำให้โอกาสเสี่ยงที่จะเป็นนิ้วล็อคเพิ่มขึ้น

วิธีป้องกันในระยะยาว

  • ใช้ฟองน้ำทรงกลมหรือลูกกลิ้งขนาดเล็ก เลือกให้มีขนาดพอเหมาะกับฝ่ามือของเราจากนั้นก็บีบและคลายฟองน้ำเพื่อบริหารกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น  หรือใครที่ใช้ลูกกลิ้งบริหารมือให้นำลูกกลิ้งมาสองลูกกลิ้งวนไปมาบนฝ่ามือ  วิธีนี้ควรใช้เวลาในการบริหารมือประมาณ 10-15 นาทีต่อวัน  หรือหยิบมาบริหารมือทุกครั้งที่ว่าง
  • เหยียดมือ การยืดหดกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยลดโอกาสเกิดนิ้วล็อคและยังช่วยป้องกันโรคชนิดนี้ได้ในระยะยาว  วิธีทำคือให้เหยียดแขนตรงพยายามเหยียมมือออกไปให้ขนานกับพื้น  จากนั้นหักปลายนิ้วเข้าหาลำตัวให้ฝ่ามือตั้งฉากกับพื้น  ทำสลับกันไปมาประมาณ 5-10 นาที หรือเมื่อรู้สึกเมื่อยล้าบริเวณนิ้วมือทั้งสองข้าง
  • ถุงมือเพื่อสุขภาพ มีลักษณะคล้ายถุงมือทั่วไปและมีเหล็กแผ่นเล็กๆรองที่ใต้ฝ่ามือ  ตัวถุงมือสามารถปรับขนาดของถุงมือได้อิสระเพื่อให้กระชับมือและลดการอักเสบของเส้นเอ็นบริเวณข้อมือและนิ้ว
  • พักผ่อนให้เพียงพอ ในขณะหลับร่างกายจะอยู่ในกลไลซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย  การนอนหลับอย่างเพียงพอจึงเป็นอีกวิธีที่ช่วยลดอาการนิ้วล็อคและบรรเทาอาการไม่ให้หนักไปกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

 

ขอบคุณรูปภาพจาก :

www.huffingtonpost.ca

www.promedics.co.uk

www.hemensaglik.com

error: Content is protected !!