สุขภาพ » โรคและการป้องกัน » เล่นโทรศัพท์ระวัง!! เป็นโรคประสาทตาเสื่อม เสี่ยงตาบอด !!

เล่นโทรศัพท์ระวัง!! เป็นโรคประสาทตาเสื่อม เสี่ยงตาบอด !!

10 มกราคม 2018
26   0

 

โทรศัพท์เป็นอุปกรณ์สื่อสารขั้นพื้นที่ฐานที่เข้าถึงคนทุกเพศและยังเป็นอุปกรณ์จำเป็นในชีวิตประจำวันจนเกือบจะกลายเป็นปัจจัยที่ห้าไปแล้ว  สาเหตุก็เพราะโทรศัพท์ทำได้หลายอย่างไม่เพียงแค่เป็นตัวช่วยในการสื่อสารเท่านั้นแต่ยังช่วยเชื่อมต่อคนทั่วโลกให้สามารถติดต่อกันได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบายยิ่งขึ้น  ด้วยเหตุนี้คนในยุคปัจจุบันจึงกลายเป็นคนที่จ้องหน้าจอโทรศัพท์กันมากขึ้นและนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณ “เสี่ยงเป็นโรคประสาทตาเสื่อมเร็วขึ้นโดยไม่ทันรู้ตัว”

 

สำหรับคนที่มีความจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์หากคุณไม่อยากเสี่ยงเป็นโรคประสาทตาเสื่อมวันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆที่ทำให้คุณไม่ต้องกังวลว่าตัวเองจะเป็นโรคประสาทตาเสื่อมมาฝากกันค่ะ จะมีอะไรบ้างเรามาดูกันเลย

  1. หยุดเพ่งสายตา หน้าจอปกติของโทรศัพท์ค่อนข้างเล็กถ้าเราอยากจะมองข้อความหรือรูปภาพบนหน้าจอให้ชัดก็ต้องเพ่งสายตาใช่ไหมคะซึ่งการเพ่งสายตานี่แหละที่ทำให้ตาของเราล้าและเสื่อมเร็วขึ้น  วิธีแก้คือปรับขนาดหน้าจอใหม่ เพิ่มไซส์ตัวอักษรให้ใหญ่ขึ้นหรือขยายรูปภาพที่กำลังดูให้สามารถมองเห็นได้ถนัดตาโดยไม่ต้องเพ่งค่ะ
  2. ใช้ 10 พัก 5 คือสูตรสำหรับการใช้โทรศัพท์อย่างปลอดภัยนั่นคือหากคุณต้องมองหน้าจอเป็นเวลานานควรหยุดพักตาเมื่อปรับระดับรูม่านตาให้เกิดการหด-ขยายโดยการมองไปยังพื้นที่สีเขียวเป็นเวลา 5 นาทีสลับกับการมองหน้าจอโทรศัพท์ 10 นาที
  3. แว่นกรองแสง ถือว่าเป็นตัวช่วยรักษาสายตาและเลี่ยงโรคประสาทตาเสื่อมได้เป็นอย่างดี  เพราะแว่นกรองแสงช่วยลดแสงสีฟ้าจากจอโทรศัพท์ได้  ทำให้เรามองหน้าจอได้นานขึ้นโดยไม่รู้สึกระคายเคืองตาหรือเกิดอาการตาแห้งแต่อย่างใด
  4. ฟิลม์กรองแสง ตัวช่วยนี้แม้ว่าจะช่วยกรองแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายต่อตาของเราได้น้อยกว่าแว่นกรองแสงแต่ก็ถือว่าเป็นตัวช่วยที่ไม่ควรมองข้าม  เพราะนอกจากจะมีราคาถูกกว่าแว่นกรองแสงหลายเท่าแล้ว ฟิลม์กรองแสงยังช่วยในการจองการพกพาเพราะตัวฟิลม์จะติดอยู่ที่หน้าจอตลอดเวลาเป็นการเพิ่มความสะดวกในการใช้งานให้กับเราค่อนข้างมากทีเดียว

ใครที่ใช้โทรศัพท์บ่อยหากคุณไม่อยากเสี่ยงเป็นโรคประสาทตาเสื่อมทำให้ต้องเสียทรัพย์มากมายไปกับการรักษาก็ลองนำวิธีด้านบนไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันดูนะคะ  รับรองสายตาของคุณจะมีสุขภาพดีในระยะยาวแน่นอน

 

ขอบคุณรูปภาพจาก :

www.bbc.com

www.theatlantic.com

error: Content is protected !!